โสมใต้ผวา ‘ปธน.ทรัมป์’ สั่งลดสเกลซ้อมรบเอาใจ ‘คิมจองอึน’

เตรียมรับมือวิกฤต :
ประธานาธิบดี อี แจมยอง ของเกาหลีใต้ แถลงว่าแม้การรักษาสันติภาพจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของประเทศ แต่เกาหลีใต้ก็จำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับ “สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด” (Worst-case scenario) ที่อาจเกิดขึ้นได้
ทรัมป์หั่นสเกลซ้อมรบ :
ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ “ลดระดับ” การซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ลงอย่างมาก โดยทรัมป์ให้เหตุผลว่าไม่อยากส่งสัญญาณที่เป็นการคุกคามหรือเป็นศัตรูต่อเกาหลีเหนือ พร้อมยกย่องความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ
จุดยืนเกาหลีใต้ต่อการซ้อมรบ :
ปธน.อี ยืนยันว่าการซ้อมรบประจำปีที่ใช้ชื่อว่า ‘Ulchi Freedom Shield’ (จัดยาวไปจนถึงวันที่ 27 ส.ค. โดยมีทหารเกาหลีใต้เข้าร่วม 18,000 นาย) มีวัตถุประสงค์เพื่อ “การป้องกันประเทศ” เท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีเกาหลีเหนือ แม้ฝั่งเปียงยางจะออกมาประณามอย่างหนักว่านี่คือการซ้อมเพื่อเตรียมบุกรุกก็ตาม
ปมขัดแย้งเรื่องอิหร่าน :
อีกหนึ่งชนวนเหตุมาจากความบาดหมางที่ทรัมป์ออกมาต่อว่าเกาหลีใต้ที่ไม่ยอมช่วยเหลือสหรัฐฯ ในปฏิบัติการทางทหารที่อิหร่าน โดยทรัมป์ทวงบุญคุณว่า สหรัฐฯ ต้องส่งทหารหลายหมื่นนายไปปกป้องเกาหลีใต้จากคิมจองอึน แต่พอสหรัฐฯ ขอความช่วยเหลือบ้างกลับนิ่งเฉย (ทั้งนี้ ทรัมป์อ้างว่ามีทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ 39,000 นาย แต่ตัวเลขจริงของ USFK อยู่ที่ประมาณ 28,500 นาย) ซึ่งทางทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกมาระบุว่ากำลังหารืออย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือสหรัฐฯ ภายใต้กรอบกฎหมายในประเทศ
มุมมองนักวิเคราะห์ :
วิคเตอร์ ชา ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีจาก CSIS มองว่า กลยุทธ์การลดการซ้อมรบของทรัมป์ไม่ใช่เรื่องใหม่ (เคยทำมาแล้วในปี 2018) โดยมีเป้าหมายแฝง 2 ประการคือ 1. ใช้เป็นเครื่องมือดึงดูดให้คิมจองอึนยอมมานั่งโต๊ะเจรจา และ 2. เพื่อดึงความสนใจและพื้นที่หน้าสื่อให้เบนเข็มออกจากปัญหาความวุ่นวายในอิหร่านที่เขากำลังเผชิญอยู่


