JAS ขาดทุน 1.53 พันล้าน – ต้นทุนสิทธิกีฬาทะยาน 212% เงินสดลดฮวบ

JAS รายได้ครึ่งปีขยับขึ้น แต่ต้นทุนสิทธิกีฬาทะยาน 212% ส่งผลขาดทุน 1.53 พันล้าน ผู้สอบบัญชีเตือนความไม่แน่นอนดำเนินงานต่อเนื่อง – เงินสดลดฮวบ 72% หนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน 3.83 พันล้าน แม้ธุรกิจคอนเทนต์กีฬาโตแรง แต่รายได้ยังตามต้นทุนสิทธิไม่ทัน
.
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยงบการเงินไตรมาส 2/2569 ซึ่งผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชี พบว่ารายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากธุรกิจคอนเทนต์กีฬา แต่ต้นทุนค่าสิทธิและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้อย่างมาก ส่งผลให้กลุ่มบริษัทยังคงขาดทุนในระดับสูง พร้อมเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่องและภาระผูกพันค่าสิทธิในอนาคต
🔴 ไตรมาส 2/2569 JAS มีรายได้จากการขายและบริการ 1,448.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวจากไตรมาสแรก ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,489.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.5% จากปีก่อน แต่ลดลง 2.5% จากไตรมาสแรก เนื่องจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงจากประมาณ 79.69 ล้านบาทในไตรมาสแรก เหลือ 39.17 ล้านบาทในไตรมาส 2
แม้รายได้เติบโตแรง แต่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นเป็น 2,084.89 ล้านบาท พุ่ง 252.6% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 19.7% จากไตรมาสแรก ทำให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้นประมาณ 636.63 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นติดลบประมาณ 44% เทียบกับติดลบประมาณ 20.4% ในไตรมาสแรก
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมกันอยู่ที่ 270.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 48% จากไตรมาสแรก สาเหตุสำคัญมาจากการทำตลาดเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และขยายฐานผู้ชมคอนเทนต์กีฬา ส่งผลให้ไตรมาส 2 มีผลขาดทุนจากกิจกรรมดำเนินงาน 697.07 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 800.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% จากขาดทุน 726.01 ล้านบาทในไตรมาสแรก และสูงกว่าขาดทุน 152.78 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนกว่า 5 เท่า
.
🔴 สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 JAS มีรายได้รวม 3,015.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.8% จากปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 2,894.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.1% แต่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 211.6% เป็น 3,827.14 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,360.67 ล้านบาท EBITDA ขาดทุน 1,118 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 1,526.15 ล้านบาท พลิกจากกำไร 23.36 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อแยกตามธุรกิจ พบว่าธุรกิจสื่อและคอนเทนต์สร้างรายได้ครึ่งปี 1,718 ล้านบาท หรือประมาณ 59% ของรายได้จากการขายและบริการ เพิ่มขึ้น 769% จากปีก่อน โดยไตรมาส 2 ทำรายได้ 811 ล้านบาท ลดลง 11% จากไตรมาสแรกตามปัจจัยฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 876% จากปีก่อน
ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีโซลูชันมีรายได้ไตรมาส 2 จำนวน 597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสแรก จากความต้องการใช้วงจรเช่าของลูกค้าแพลตฟอร์มต่างประเทศ แต่รายได้ครึ่งปีลดลง 8% เหลือ 1,097 ล้านบาท เนื่องจากการปรับลดการผลิตของธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์และการยกเลิกบริการอินเทอร์เน็ตของลูกค้าบางส่วน
.
เมื่อพิจารณาคุณภาพกำไร ไม่พบว่ามีการใช้รายการพิเศษทำให้ผลประกอบการที่ขาดทุนกลายเป็นกำไร แต่มีรายการบัญชีที่ทำให้ผลขาดทุนแต่ละไตรมาสผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ โดยไตรมาสแรกมีรายการด้อยค่าหรือขาดทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัลประมาณ 261 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2 มีการกลับรายการด้อยค่าสินทรัพย์ดิจิทัลสุทธิจากการขาย 178.56 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนของไตรมาส 2
ฝ่ายบริหารระบุว่าหากตัดรายการดังกล่าวและรายการที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานหลักออก ธุรกิจหลักของ JAS จะขาดทุนจากการดำเนินงานประมาณ 867 ล้านบาทในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 399 ล้านบาทในไตรมาสแรก ดังนั้น ภาพการดำเนินงานที่แท้จริงยังอ่อนแอกว่าผลขาดทุนจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 697 ล้านบาทที่ปรากฏในงบ
.
หมายเหตุประกอบงบยังเปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกกลุ่มบริษัทรับรู้ต้นทุนสิทธิฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพประมาณ 1,760 ล้านบาท ต้นทุนสิทธิฟุตบอลโลก 566 ล้านบาท และสิทธิวอลเลย์บอล 66 ล้านบาท รวมประมาณ 2,392 ล้านบาท สะท้อนว่าต้นทุนสิทธิกีฬากำลังถูกบันทึกในระดับสูง ขณะที่รายได้จากฐานสมาชิก สปอนเซอร์และพันธมิตรยังต้องเร่งเติบโตเพื่อให้ทันกับต้นทุนดังกล่าว
.
🔴 ฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569
JAS มีสินทรัพย์รวม 13,768.22 ล้านบาท ลดลง 7.1% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 14.7% เป็น 7,584.20 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 24.7% เหลือ 6,184.02 ล้านบาท
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงถึง 72.4% จาก 2,528.36 ล้านบาท เหลือ 698.82 ล้านบาท ส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนมีเพียง 2,476.17 ล้านบาท เทียบกับหนี้สินหมุนเวียน 6,301.79 ล้านบาท ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนติดลบ 3,825.62 ล้านบาท และมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพียงประมาณ 0.39 เท่า ลดลงจาก 0.76 เท่าเมื่อสิ้นปี 2568
สินทรัพย์ประเภทเงินจ่ายล่วงหน้าและสิทธิถ่ายทอดสดกีฬาเพิ่มขึ้น 65.5% เป็น 4,796.78 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 35% ของสินทรัพย์รวม
ขณะที่สินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลลดลงจาก 1,372.07 ล้านบาท เหลือเพียง 6.68 ล้านบาท หลังกลุ่มบริษัทขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โดยได้รับเงินสดจากการขาย 1,293.91 ล้านบาท และรับรู้ขาดทุนจากการขายสุทธิ 82.22 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก
แม้กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก 1,023.03 ล้านบาท แต่ส่วนหนึ่งมาจากหนี้สินตามสัญญาที่เพิ่มขึ้น 745.82 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น 261.41 ล้านบาท จึงไม่ควรตีความว่าเป็นกระแสเงินสดจากกำไรปกติทั้งหมด
ในช่วงเดียวกัน JAS จ่ายเงินล่วงหน้าค่าสิทธิฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ 3,060.92 ล้านบาท ทำให้กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนติดลบ 1,949.20 ล้านบาท และใช้เงินในกิจกรรมจัดหาเงินอีก 816.21 ล้านบาท รวมถึงการซื้อหุ้น JTS เพิ่ม 465.97 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดสุทธิลดลงประมาณ 1,829.53 ล้านบาทในช่วงหกเดือน
.
🔴 แผนธุรกิจครึ่งปีหลังของ JAS มุ่งใช้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026/27 วอลเลย์บอลระดับนานาชาติ และคอนเทนต์ภายใต้ FIFA เป็นตัวขยายฐานสมาชิก รายได้ค่าสมัคร สปอนเซอร์และพันธมิตร พร้อมขยายการบริหารสิทธิไปยังเวียดนามผ่าน JAS Jasmine International (Hong Kong) Limited หรือ JASHK ซึ่งถูกวางให้เป็นศูนย์กลางบริหารสิทธิและลงทุนในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนดังกล่าวขึ้นอยู่กับความสามารถในการเพิ่มจำนวนสมาชิก รายได้ต่อสมาชิก และรายได้จากพันธมิตรให้เร็วพอกับการรับรู้ต้นทุนสิทธิ โดยเอกสารที่เปิดเผยยังไม่มีข้อมูลจำนวนสมาชิก รายได้ต่อผู้ใช้ หรือจุดคุ้มทุนของธุรกิจคอนเทนต์กีฬาอย่างชัดเจน
ด้านภาระผูกพัน กลุ่มบริษัทมีค่าสิทธิพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพที่จะต้องจ่ายภายในหนึ่งปีอีก 124.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหลังหนึ่งปีจนถึงปี 2573 อีก 297 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมีค่าสิทธิฟุตบอลโลกค้างจ่าย 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกำหนดชำระภายในเดือนมกราคม 2570 รวมถึงภาระสัญญาบริการและสิทธิคอนเทนต์อื่นอีก 367 ล้านบาทและ 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
.
🔴 สำหรับรายงานผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีไม่ได้แสดงข้อสรุปแบบมีเงื่อนไข โดยระบุว่าไม่พบสิ่งที่ทำให้เชื่อว่างบการเงินไม่ได้จัดทำตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 34 ในสาระสำคัญ แต่มีวรรคข้อมูลและเหตุการณ์ที่เน้นถึงสามเรื่องสำคัญ
เรื่องแรกและมีน้ำหนักมากที่สุดคือความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่อง เนื่องจากกลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน 3,826 ล้านบาท มีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จครึ่งปี 1,566 ล้านบาท เงินกู้สถาบันการเงิน 1,298 ล้านบาทที่ครบกำหนดแล้วและได้รับการขยายเวลาชำระถึงเดือนตุลาคม 2569 มีเจ้าหนี้รายใหญ่ของ JTS ค้างชำระ 343 ล้านบาท และมีหุ้นกู้ที่ต้องขอขยายเวลาชำระพร้อมปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
เรื่องที่สองคือความไม่แน่นอนในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเหมืองขุดบิตคอยน์ ซึ่งมีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 141 ล้านบาท เนื่องจากขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ กฎระเบียบและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ส่วนเรื่องที่สามคือข้อพิพาทของบริษัทย่อยกับ TT&T ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการตามกฎหมายล้มละลาย
.
🔴 โดยสรุป งบครึ่งปีแรกของ JAS สะท้อนบริษัทที่กำลังเปลี่ยนจากธุรกิจโทรคมนาคมและสินทรัพย์ดิจิทัลไปสู่ธุรกิจเจ้าของสิทธิคอนเทนต์กีฬา รายได้เติบโตเร็วแต่ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนสิทธิ ค่าใช้จ่ายการตลาดและภาระทางการเงินได้ทัน ความเสี่ยงสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการขาดทุนทางบัญชี แต่รวมถึงสภาพคล่อง การต่ออายุหนี้ และความสามารถในการสร้างเงินสดให้เพียงพอกับภาระค่าสิทธิระยะยาวด้วย


