โศกนาฏกรรมสเปน! “รถไฟความเร็วสูง” ชนท้ายกันกลางราง ดับสลดพุ่ง 69 ศพ เจ็บอีกร่วมร้อยชีวิต

เกิดเหตุโศกนาฏกรรมทางรางครั้งใหญ่ในประเทศสเปน เมื่อรถไฟความเร็วสูงพุ่งชนท้ายกันอย่างรุนแรงบนเส้นทางสายมาดริด-เซบียา บริเวณระหว่างเทศบาลโมราและออร์กัซ ในจังหวัดโตเลโด ห่างจากกรุงมาดริดไปทางใต้ประมาณ 140 กิโลเมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีอย่างน้อย 69 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกร่วม 80 คน
แรงกระแทกส่งผลให้ตู้โดยสารหลายโบกี้หลุดออกจากรางและไถลลงแนวลาดชันของคันดิน โดยนายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น โดยรถไฟความเร็วสูงของบริษัท เรนเฟ (Renfe) รัฐวิสาหกิจผู้ให้บริการ ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปเมืองเซบียา ได้พุ่งชนท้ายรถไฟความเร็วสูงของบริษัท อิริโอ (Iryo) ผู้ให้บริการเอกชน ที่จอดนิ่งอยู่บนราง
ด้านนายอุสการ์ ปูเอนเต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสเปน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุระบบสัญญาณคอมพิวเตอร์เกิดขัดข้องจนระบบอัตโนมัติแสดงไฟแดงเตือนสั่งหยุดรถ แต่ศูนย์ควบคุมส่วนกลางในกรุงมาดริดกลับตัดสินใจผิดพลาดอย่างไม่น่าเกิดขึ้น ด้วยการอนุมัติให้รถไฟของเรนเฟวิ่งผ่านสัญญาณไฟแดงไปได้โดยไม่มีการสั่งจำกัดความเร็ว จนนำไปสู่การชนท้ายรถไฟที่จอดรออยู่ข้างหน้าอย่างรุนแรง
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอุบัติเหตุทางรถไฟที่มียอดผู้เสียชีวิตสูงที่สุดของสเปนนับตั้งแต่ปี 2556 อีกทั้งยังเป็นการเกิดเหตุซ้ำรอยบนเส้นทางเดิมหลังจากที่เคยเกิดอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันจนมีผู้เสียชีวิต 46 รายเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ล่าสุดนี้จึงยิ่งจุดชนวนให้รัฐบาลสเปนถูกตั้งคำถามและเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนัก เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย และการขาดแคลนงบประมาณสนับสนุนระบบโครงสร้างพื้นฐานทางรางของประเทศ





